Posted in ข่าวฟุตบอล

10 นาทีอันโหดร้าย

จากการเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมของพลพรรค “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ยูโรป้า ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ผลงานส่วนหนึ่งมาจากการถล่มประตูใส่คู่แข่งในช่วงครึ่งเวลาหลัง โดยเฉพาะ 10 นาทีสุดท้าย ที่ทีมมักจะได้ประตูเป็นประจำในช่วง 5 นัดที่ผ่านมาของฤดูกาลนี้ โดยจากทั้งหมด 16 ประตูที่ทีมทำได้ มาจากการทำประตูในช่วง 10 นาทีสุดท้ายถึง 9 ประตู ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ขาดหายไปของทีมหลังจากที่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน วางมือไป และได้เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสก็อตแลนด์ กับหลุยส์ ฟาน กัล บรมกุนซือชาวดัตช์เข้ามาคุมทีม ซึ่งในยุคของ “เฟอร์กี้” ทีมมักจะทำประตูในช่วงท้ายเกมได้เป็นประจำ

ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้ว่าจะเริ่มฤดูกาลไปเพียง 5 นัดเท่านั้น แต่กลับมีการทำประตูในช่วง 10 นาทีสุดท้ายรวมทั้งหมดในลีกถึง 24 ประตู โดยเป็นของแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ดไปแล้วถึง 9 ประตู และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีก 6 ประตู ซึ่งทั้งสองทีมเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ด้วย หากมองจากสถิตินี้จะเห็นได้ว่าการทำประตูในช่วงท้ายเกมนั้นมีประโยชน์ และมีความหมายเป็นอย่างยิ่งกับการเก็บคะแนนในลีกที่ถูกมองว่ายากที่สุดในโลก ซึ่งประตูในช่วงท้ายเกมส่วนใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเป็นประตูตอกย้ำชัยชนะเสียมากกว่า ไม่ค่อยมีความหมายมากนัก อย่างเช่นเกมถล่มเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สวอนซี ซิตี้ หรือแม้กระทั่งเอฟเวอร์ตันในนัดล่าสุดก็ตาม ซึ่งความสำคัญดูเหมือนจะเป็นประตูออกนำ 2-0 ของเฮนริค มคิทาร์ยานเท่านั้นที่มีความหมาย แต่กลับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนได้ถึง 2 ครั้ง อย่างในนัดที่พบกับเอฟเวอร์ตัน ก็มาได้ประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมจากราฮีม สเตอร์ลิ่ง ดาวเตะค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ทำให้แบ่งคะแนนจาก “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” ได้สำเร็จ และก็เป็นราฮีม สเตอร์ลิ่งอีกเช่นกันที่มาทำประตูสำคัญในนัดที่ทีม “เรือใบสีฟ้า” บุกไปเฉือนเอาชนะบอร์นมัธได้ 2-1 ในนาทีที่ 96 ทำให้เก็บ 3 คะแนนอั้นล้ำค่าได้สำเร็จ

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทีมที่มีคาแร็คเตอร์สู้ไม่ถอยในช่วงท้ายเกมอย่างยอดทีมจากแมนเชสเตอร์ทั้งสองสโมสรนี้ มักจะประสบความสำเร็จในบั้นปลายของฤดูกาล อยู่ที่ว่าใครจะทำประตูในช่วงเวลาที่มีความหมายนี้มากกว่ากัน และเปลี่ยนประตูให้เป็นคะแนนสำคัญได้มากกว่ากัน ทีมนั้นแหละที่มีโอกาสเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสูง แต่ต้องไม่ลืมว่าในช่วงเวลา 80 นาทีก่อนหน้านี้ ทีมต้องทำผลงานให้ยอดเยี่ยมด้วย เพราะมิเช่นนั้นการไปทำประตูในช่วง 10 นาทีสุดท้ายอาจจะไม่มีความหมาย หรือมีความสำคัญน้อยลงไปก็ได้